หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
อบรม/สัมมนา
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ KTB
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สมัครรับจดหมายข่าวจาก Krungthai SME
Krungthai SME

จับตาความเคลื่อนไหวธุรกิจเคมีภัณฑ์

 
เป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว ที่อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ของโลกมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นในระดับ 2-3% ต่อปี เนื่องมาจากการถดถอยของเศรษฐกิจในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกซึ่งเป็นตลาดหลัก ส่งผลให้ความต้องการของตลาดหลักน้อยลง ในขณะที่ประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเจริญเติบโตของ GDP เฉลี่ย 6% ต่อปี หรือ 2 เท่าของอัตราการเติบโตเฉลี่ยของโลก และยังมีการขยายตัวของธุรกิจเคมีภัณฑ์อยู่ในอัตราสูงถึง 2.1% ก็ตาม แต่กำไรเฉลี่ยของผู้ประกอบการยังคงมีแนวโน้มน้อยลง 1-2% ต่อเนื่องทุกปี เพราะมีอัตราการแข่งขันที่สูงขึ้น จึงถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเคมีทั้งระบบต้องเร่งปรับตัว
 
สำหรับแนวโน้มของปี 2018 นั้น รายงานจาก Price Waterhouse Cooper (PWC) ระบุว่าตลาดเคมีภัณฑ์ “อยู่ในสถานะทรงตัวหรืออาจจะแย่กว่าเดิม”สำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิเสธจะปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่ถดถอย  ที่น่ากังวลที่สุดคือ PWC คาดการณ์ว่า กำไรสุทธิก่อนหักค่าเสื่อมและดอกเบี้ย (EBIDTA) เฉลี่ยของอุตสาหกรรมจะยังคงลดลง 1-2% ต่อเนื่องไปอีกหลายปี 

ปรับกลยุทธ์เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

เมื่อสถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมไม่เป็นใจ วิธีการทำธุรกิจแบบดั้งเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ความต้องการและการอยู่รอดของธุรกิจ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อโอกาสในการเติบโตที่ต่อเนื่องและโอกาสในการทำกำไรที่ดีกว่า โดย  PWC แนะนำ 3 กลยุทธ์สำคัญไว้ดังนี้

1. Capture value over volume

อุตสาหกรรมเคมีไม่สามารถยึดกลยุทธ์การขยายตัวด้วยการขายแบบเน้นจำนวนมากได้อีกต่อไปเนื่องจากโครงสร้างของตลาดหลักทั่วโลกอยู่ในสภาพอ่อนแอและไม่มีใครต้องการซื้อของด้วยจำนวนมากเพื่อราคาถูก แต่การจัดซื้อจะมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของสินค้าเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (improve performance) มากกว่า ยกตัวอย่างเช่นการสั่งซื้อจะเกิดขึ้นกับผู้ขายที่สามารถให้บริการที่แตกต่างและยืดหยุ่น สามารถทำงานร่วมกันในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 
อีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้แต่หลายคนมองข้ามคือการใช้วิธี Pricing Excellence หรือการตั้งราคาโดยคาดคะเนจากราคาขายของผลิตภัณฑ์ที่จะได้จากการใช้เคมีภัณฑ์ของผู้ขายเป็นส่วนประกอบในการผลิต ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้ผู้ซื้อ(ผู้ผลิต) สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

2. Adopt next-generation digitization

จากการสำรวจ PWC พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้ประกอบการในธุรกิจเคมีภัณฑ์ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 5% ของรายได้ในการเตรียมตัวปรับการทำงานเป็นระบบดิจิตอล (digitization) และประมาณ 1 ใน 3 ได้พัฒนาระบบไปถึงขั้น advance เรียบร้อยแล้ว
Digitization นั้นสามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้ประกอบการได้อย่างชัดเจนใน 3 ด้านด้วยกัน คือระบบปฏิบัติการ การทำงานร่วมกับลูกค้าและการบริหารจัดการภายในองค์กร โดยผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเครื่องมือที่จะช่วยปรับเปลี่ยนองค์กรจากระบบการทำงานแบบ “เน้นขายสินค้า” มาเป็น “เน้นการทำงานร่วมกันกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” Digitization น่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุด เพราะมันจะเข้าไปช่วยให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เคยเข้าถึงได้ยากอย่างเช่นต้นทุนการผลิตโดยละเอียด การสูญเสียระหว่างการผลิต เป็นต้น เมื่อผู้ประกอบการมองเห็นข้อมูลเหล่านี้ได้แล้ว การปรับปรุงประสิทธิภาพก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
นอกจากนั้น Digitization ยังช่วยในเรื่องการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้งานมากขึ้นในขณะที่ใช้คนน้อยลง ทำให้ควบคุมต้นทุนการบริหารได้ดีขึ้นอีกด้วย

3. Seek portfolio coherence

ท่ามกลางสภาวะตลาดที่คงที่ โอกาสเติบโตน้อย อีกทางเลือกของการขยายกิจการคือการเข้าควบรวมกิจการกับธุรกิจอื่น โดยการเข้าควบรวมนี้ต้องเป็นการควบรวมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการขยายธุรกิจเดิมเข้าสู่ segment ใหม่ๆที่ทำกำไรได้ดีกว่าและ synergize เพื่อต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าเดิม และจากรายงานพบว่า จำนวนและมูลค่าของการควบรวมบริษัทนั้นจะยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆต่อไป
 
แม้ว่าการเข้าสู่ระบบดิจิตัล (Digitalization) จะเป็นทางเลือกที่ปฏิเสธไม่ได้สำหรับผู้ประกอบการ แต่ก็ต้องใช้ความชำนาญในการวางแผนระบบ และใช้เงินทุนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับมาจะเป็นลักษณะค่อยๆได้และเห็นผลทีละนิด หรือแม้แต่การควบรวมกิจการที่ดูเป็นทางออกที่ win-win กับทั้ง 2 ฝ่ายที่ควบรวม แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงให้ดีคือ ทั้ง 2 แนวทางนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องบริหารเงินลงทุนและเงินสดให้ดีเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินงานปกติขององค์กร 
 
หากผู้ประกอบการธุรกิจเคมีภัณฑ์ ท่านใดที่สนใจขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจเคมีภัณฑ์ ธนาคารกรุงไทย มี KTB Chemical Industry ซึ่งเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินในประเทศสูงสุด 1.5 เท่าของหลักประกัน ให้วงเงินรวมสูงสุดถึง 60 ล้านบาท สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/tP2Hhf
นอกจากนี้ หากสนใจสินเชื่อเพื่อธุรกิจประเภทอื่นๆ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/H5WWmS
 
ที่มา : รายงานพิเศษ 2017 Chhemicals Industry Trends: Delivering profitable growth in a hypercompetitive, low-growth world โดย Price Waterhouse Cooper