หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ KTB
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สมัครรับจดหมายข่าวจาก Krungthai SME
Krungthai SME

ตลาดเครื่องสำอาง

 

ผู้หญิงอย่าหยุดสวย วลีคุ้นหูที่บ่งบอกว่าผู้หญิงให้ความสาคัญกับเรื่องความงามเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่ายุคสมัยใด  ในปัจจุบันไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ให้ความสาคัญกับการดูแลตัวเอง แม้แต่เพศชายยังหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องความงามมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายรักสวยรักงาม (Metro Sexual) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความงามเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างบุคลิกภาพ และความมั่นใจกับตัวเอง ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องสำอางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งตลาดเครื่องสำอางในปัจจุบันมีความหลากหลายทั้งเรื่องชนิด คุณสมบัติ คุณภาพ และราคา ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ทำให้ตลาดขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาใช้กลยุทธ์การตลาดรูปแบบต่างๆ เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด ที่มีมูลค่ามหาศาลทั้งในและนอกประเทศ

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของไทยมีจำนวนโรงงานผลิตรวมประมาณ 762  ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ประมาณ 520 ราย ผู้ประกอบการขนาดกลาง 220 ราย และผู้ประกอบการขนาดใหญ่ 22 ราย

จากรายงานของ Euromontior พบว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (skin care) ในไทย เป็นตลาตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาเชียน โดยปี 2558 มีมูลค่าราว 60,544 ล้านบาทมีอันตราการ เติบโต 2.5% (yoy) แบ่งเป็น ตลาด Mass มีสัดส่วน 77% และดลาด premium มีสัดส่วน 23% โดยแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูงสด 5 อันดับแรก คือ Artistry, pond, Olay, Mistine และ Nivea vlsage ส่วนตลาดเครื่องสำอางสำหรับการแต่งหน้า(colour cosmetics) ในไทย ก็เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยเช่นกัน โดยในปี 2558 มีมูลค่าราว 19,052 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 4.4% (yoy) แบ่งเป็น เครื่องสำอางสำหรับผิวหน้า 10.598 ล้านบาท ปาก 5.049 ล้านบาท ดวงตา 3.185 ล้านบาท และเล็บ 220 ล้านบาท โดยตลาต Mass มีสัดส่วน 72% และตลาด premium มีสัดสวน 28% แบรนด์ที่มีส่วนแบ่งตลาดเครื่องสำอางสำหรับการแต่งหน้าสูงสุด 5 อันดับแรก คือ Mistine, oriental  princess, Giffrine, Artistry และ Maybelline  เครื่องสำอางนำเข้ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง

 

การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษุกิจอาเซียน (AEC) ทำให้เครี่องสำอางแบรนด์ดังจากต่างประเทศทยอยเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้นด่อเนือง ทั้งเครื่องสำอางจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นหรือแม้แต่เครื่องสำอางจากสหรัฐฯ และยุโรป ก็มีเเนวใน้มจะหาตลาดใหม่ๆ มากขึ้น หลังตลาดเครื่องสำอางในประเทศเหล่านั้นเผชิญการเติบโตที่ลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย อีกทั้งการเข้ามาในไทยก็เพื่อใช้เป็นฐานในการทำตลาดแม้ภาคอาเซียนด้วยนอกจากนี้ เครื่องสำอางจากประเทศจีนก็เริ่มเข้ามาทำตลาดมากขึ้นโดยส่วนใหญ่ยังมุ่งเจาะตลาดล่างเป็นหลักทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยความเสี่ยงธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย คาดว่าในปี 2558 ถึง 2559 มูลค่านำเข้าเครื่องสำอางของไทยจะเท่ากับ 21,000 และ 24.000 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 24.1 และ14.3 ตามลำดับ

 

ตลาด CLMV ความหวังส่งออกไทย

ในปี 2558 ฝ่ายวิจัยความเสี่ยง ของธนาคารกรุงไทยคาดว่าการส่งอออเครื่องสำอางจะมีมูลค่า 12.500 ล้านบาท ลดลง8.3% เนื่องจากการส่งออกไปตลาดหลักลดลง ประกอบกับมีการย้ายฐานผลิตไปประเทศเวียดนาม แต่จะกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2559 โดยคาดว่าจะขยายดัว 5.6% จากการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน ภายหลังการเปิด AEC ซึ่งตลาดอานซียนมืประชากรรวมกว่า 630 ล้านคน อีกทั้งผู้ประกอบการไทยก็จะสามารถเข้าไปทำดลาตในประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น โดยกลุ่มประเทศ CLMVจะเป็นตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี เนื่องจากเครื่องสำอางจากไทยเป็นที่ยอมรับและนิยมใช้เป็นอย่างดี

ที่มา : นิตยสาร Think Trade Think DITP ชี้ช่องการค้า