หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
อบรม/สัมมนา
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ KTB
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สมัครรับจดหมายข่าวจาก Krungthai SME
Krungthai SME

อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจเพื่ออนาคต

 
ตามที่ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เกี่ยวกับข้อเสนอ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth ) โดยหลัก ๆ แล้ว จะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 
1. First s-curve : ซึ่งเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วในประเทศ
2. New S-curve : ที่เป็นรูปแบบการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่
 
ซึ่งเชื่อกันว่าทั้ง 2 ส่วนนี้จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างก้าวกระโดด และช่วยต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม เพื่อเพิ่มรายได้ของประชากรได้มากขึ้นอีกด้วย 
 
จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 ส่วนนี้ เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก วันนี้เราเลยจะพามาส่อง ทั้ง 2 รูปแบบการลงทุนที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต ว่าต่างกันอย่างไร และ มีอะไรบ้าง ? เราไปดูกันเลย
 
1. First s-curve : นั้นเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วในประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยการลงทุนชนิดนี้ จะอยู่ในช่วงการเติบโตทางเศษฐกิจในระยะสั้น และ ระยะกลางเพียงเท่านั้น
โดยจะกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศได้ดังนี้
1)    อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next – Generation Automotive)  
2)    อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 
3)    อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism)  
4)    การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology)  
5)    อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future)
* แต่ในปัจจุบัน กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ (First s-curve) ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของไทย ก้าวกระโดดได้ตามที่คาดหวังไว้ จึงจำเป็นต้องมีในส่วนของ  (New S-curve) ควบคู่ไปด้วย
 
2. New S-curve : เป็นรูปแบบการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าและเทคโนโลยี โดยจะเป็นหัวใจหลักของกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (New Growth Engines) ซึ่งการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมเหล่านี้ จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประชากรสูงถึงร้อยละ 70 จากกลุ่มเป้าหมายเลยทีเดียว
โดยกำหนดอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ได้ดังนี้
1)    อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) 
2)    อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics)  
3)    อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) 
4)    อุตสาหกรรมดิจิตอล (Digital) 
5)    อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) 
 
จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ต้องขอบอกว่า หัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น ล้วนเกิดจากการต่อยอด, ปรับปรุง, เปลี่ยนแปลง และ พัฒนาจากอุตสาหกรรมเดิมแทบทั้งสิ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ และโอกาสในการทำธุรกิจนั้น ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว สำหรับผู้ประกอบการคนไหนที่มองเห็นโอกาส ในการขยาย/ต่อยอดของธุรกิจ ธนาคารกรุงไทยมี มาตรการช่วยเหลือ SMEs ตามแนวประชารัฐ เพื่อสนับสนุน SMEs ที่มีศักยภาพในกลุ่มอุตสาหกรรม 10 S-Curve ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่อยู่ในธุรกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแนวประชารัฐ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรม 10 S-Curve รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องเป็น Supply Chain                โดยธนาคารให้การสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ ลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4%* เลยทีเดียว ช่วยให้คุณสามารถลดต้นทุน ธุรกิจก็มีกำไรมากขึ้น                             

หากผู้ประกอบการสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://goo.gl/WvL286

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด