หน้าหลัก
ผลิตภัณฑ์และบริการ
โปรโมชั่น
ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ
SME Focus Magazine
งานสัมมนา
โครงการอบรม
คำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
ค้นหาจุดบริการ KTB
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

FOLLOW US Krungthai SME​


สมัครรับจดหมายข่าวจาก Krungthai SME
Krungthai SME

CHANGE อย่างชาญฉลาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนขององค์กร

 

          การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รุนแรงในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม รวมถึงการเกิดโรคระบาด โควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างที่คาดไม่ถึงต่อทุกภาคส่วน การวิเคราะห์สถานการณ์ ปรับมุมมอง เปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถช่วงชิงความได้เปรียบจากคู่แข่ง กระบวนการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง หรือ Change Management Process จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยองค์กร สามารถลำดับขั้นตอนการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมีทิศทาง มี Roadmap ที่ชัดเจนในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น สนับสนุนให้เกิดการปรับตัวและการยอมรับ พร้อมทั้งสร้างศักยภาพใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เรียนรู้ปัจจัยสร้างการเปลี่ยนแปลง
บริหารอนาคต และความไม่แน่นอน
อย่างมีทิศทาง

องค์กรควรทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คาดการณ์อนาคต แล้วสร้างภาพจำลอง เพื่อบริหารความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึง คิด วิเคราะห์ จับสัญญาณเตือนให้ได้ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อองค์กรทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย

  • Contextual Environment
    ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กร แต่ไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงได้
    ได้แก่ สังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมือง (STEEP) เมื่อสิ่งเหล่านี้มีความรุนแรงมากขึ้น อาทิ การเกิดสังคมผู้สูงอายุ ภาวะโลกร้อน ปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจของประเทศ จนกระทั่งกดดันไปยังปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อองค์กร
     
  • Transactional Environment
    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อองค์กร แต่ยังสามารถบริหารจัดการได้
    ได้แก่ ลูกค้า คู่แข่ง ผู้ส่งมอบ หุ้นส่วน พันธมิตร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเจ้าของ เมื่อสิ่งเหล่านี้ยังกดดันอยู่เรื่อยๆ สุดท้ายจะมากดดัน และมีอิทธิพลส่งผลมาที่องค์กร
     
  • Organizational Environment
    สภาพแวดล้อมขององค์กร
    ได้แก่ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน กระบวนการทำงาน ระบบงาน เทคโนโลยีที่ใช้ ความสามารถของพนักงาน จำนวนพนักงาน การสื่อสารภายในองค์กร วัฒนธรรม และขีดความสามารถขององค์กร

เมื่อเรียนรู้ปัจจัยสร้างการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อคือ คิด วิเคราะห์ จัดลำดับความสำคัญของปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานขององค์กรในอนาคต รวมถึง ผู้นำองค์กร จะต้องกล้าตัดสินใจ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อความอยู่รอดขององค์กร


Smart Change  เริ่มที่ “ผู้นำ”

การเปลี่ยนแปลงที่ชาญฉลาด ย่อมสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับองค์กรได้ หากคิดอย่างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ก็ควรเร่งปรับเปลี่ยนตัวเองก่อน ดีกว่าถูกสถานการณ์บังคับให้เราต้องปรับเปลี่ยน

การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงให้คนในองค์กร ได้แก่

  • Positive Thinking เมื่อมีมุมมองเชิงบวกทุกอย่างเป็นโอกาสรอด
  • Proactive ต้องคิดใหม่ ห้ามอยู่ในกรอบ
  • Creative ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงจะเกิดสิ่งใหม่ๆ จึงต้องการให้แสดงความคิด
  • Passion ต้องมีความตั้งใจ มีความปรารถนาอยากจะทำ
  • Discipline ต้องมีความยึดมั่น ถือมั่น ตามที่องค์กรกำหนดไว้

Smart Change ต้องตอบโจทย์อนาคตขององค์กร

ควรพิจารณาหาปัจจัยที่ทำให้องค์กรต้องเปลี่ยน เพื่อให้มั่นใจว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงนั้นจะสามารถตอบโจทย์อนาคตที่ยั่งยืนได้ ซึ่งแนวทางการพิจารณานี้เรียกว่า CPCS

  • C – Customer 
    ใครคือลูกค้าคนสำคัญ และลูกค้ามีความต้องการอะไรในอีก 5 ปีข้างหน้า
  • P – Product
    ผลิตภัณฑ์ที่จะตอบโจทย์ในอนาคต และผลิตภัณฑ์ที่จะมาทดแทน มีอะไรบ้าง
  • C – Competitor
    คู่แข่งที่สำคัญ กำลังคิดและทำอะไรอยู่
  • S – Stakeholder
    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่ออนาคตและการตัดสินใจขององค์กร

Change Management Process บริหารการเปลี่ยนแปลงสู่ความสำเร็จ

เมื่อองค์กรได้เรียนรู้และวิเคราะห์ปัจจัยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบที่สำคัญต่อองค์กร การกำหนดกระบวนการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการปรับตัว เตรียมพร้อมรับมือ สร้างศักยภาพใหม่ๆ เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน โดย Change Management Process มี  6 องค์ประกอบสำคัญ นี้

  1. Transition and Behavior Management การเตรียมการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    เตรียมความพร้อม สร้างการมีส่วนร่วม สร้างขวัญและกำลังใจ พนักงานต้องพร้อมมองไปข้างหน้า เรียนรู้ที่จะสู้ ที่จะระวังคู่แข่ง และคิดหาสิ่งใหม่ๆ ที่ดี ทำให้มากกว่าที่เราเคยทำได้ อย่ามองเฉพาะในกรอบของตัวเอง รวมถึงการสร้างทีม สร้างผู้นำที่นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ
     
  2. Communication การสื่อสาร
    กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน สื่อสารให้ทุกคนเข้าใจถึงสิ่งที่องค์กรจะดำเนินการร่วมกัน ผู้นำต้องสื่อสารอย่างเข้าถึงและใกล้ชิดกับพนักงาน เพื่อสร้างการยอมรับและมีส่วนร่วม อีกทั้งต้องรับฟังด้วยความเข้าใจ เลือกใช้ข้อความที่ความเหมาะสมกับผู้รับสารซึ่งมีหลายระดับ
     
  3. Process Tools กระบวนการและเครื่องมือ
    สร้างองค์ความรู้ ทักษะใหม่ให้กับบุคลากร ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ วิธีการ เทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ โดยสามารถเลือกเครื่องมือที่จะช่วยในการปรับปรุงทั้งกระบวนการ และการบริหารจัดการ เช่น Lean Manufacturing and Service, Lean 4.0 ,Stakeholder Engagement ,Strategic Planning by Foresight และ Business Model Innovation เป็นต้น
     
  4. Learning การเรียนรู้
    ทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจะเกิดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการ Plan Do Check Act : PDCA ควรสร้างจำนวนรอบในการทบทวนให้ถี่ขึ้น เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้เพิ่มมากขึ้น เรียนรู้กับทั้งคนในองค์กร และนอกองค์กรเพื่อให้เกิดความรู้ ทักษะ พัฒนาวิธีปฏิบัติใหม่ อีกทั้งต้องมีการทบทวนเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ว่าสิ่งที่บรรลุเป้าหมายและไม่บรรลุเป้าหมายคืออะไร รวมถึงสิ่งที่เกินความคาดหวัง สิ่งที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง และข้อเสนอแนะเพื่อการปรับเปลี่ยน ซึ่งสามารถถามจากลูกค้า พันธมิตร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
     
  5. Measurements การวัดผล
    เพื่อให้ทราบว่าการดำเนินการได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ ต้องมีการวัดผลความคืบหน้าเทียบกับเป้าหมาย เทียบกับคู่แข่ง ว่าการเปลี่ยนแปลงขององค์กรนั้นทำให้ธุรกิจดีขึ้นหรือไม่ มีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ แล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพื่อนำผลของการวัดมาใช้ในการปรับปรุงแผนและการดำเนินการให้ดีขึ้น
     
  6. Recognition and Reward การยกย่องชมเชย และการให้รางวัล
    คนทำงานนั้นย่อมอยากได้คำยกย่องชมเชย ไม่มีใครอยากเป็นผู้ไม่มีตัวตนในองค์กร ทุกคนอยากเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร การขอบคุณ ให้ขวัญและกำลังใจ การให้เกียรติ ผู้นำสามารถให้ได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่สำหรับการให้เงินรางวัลนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละองค์กร

การที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ปัจจัยความสำเร็จคือ ผู้นำต้องมุ่งมั่น จริงจัง ทำต่อเนื่อง กำหนดกระบวนการโดยเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ เป้าหมายองค์กร วางแผนโดยมีระบบและเครื่องมือในการบริหารจัดการ สนับสนุนและพัฒนาการเรียนรู้ของพนักงาน รวมถึงติดตาม ประเมินความสำเร็จของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงได้ และมุ่งสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน
 

ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
ที่มา : งานสัมมนาออนไลน์หัวข้อ “SMART CHANGE SMART FUTURE : ด้านองค์กร”
โดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ วันที่ 15 พฤษภาคม 2563

 

อัพเดทข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2563